ข้อเท็จจริงการรักษามะเร็งด้วย ไฮเปอร์เทอร์เมีย (Hyperthermia) โดยเครื่อง Thermotron RF-8 ข้อเท็จจริงการรักษามะเร็งด้วย ไฮเปอร์เทอร์เมีย (Hyperthermia) โดยเครื่อง Thermotron RF-8

Hyperthermia เป็นการรักษาด้วยความร้อนโดยเครื่อง Thermotron RF-8 จะทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนเพื่อทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิเฉพาะที่สูงขึ้นกว่าอุณหภูมิร่างกายปกติ โดยได้มีการนำภาวะนี้มาใช้ร่วมในการรักษาโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยความร้อนเพียงอย่างเดียวพบว่าให้ผลการรักษาที่ไม่ดีนัก ดังนั้น Thermotron RF-8 จึงไม่สามารถใช้เป็นการรักษาหลักเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องใช้ร่วมกับการรักษาอื่นเช่น Chemotherapy หรือ Radiation Therapy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ดังนั้น ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถให้ Chemotherapy หรือ Radiation Therapy ได้ จึงไม่สามารถให้การรักษาด้วยความร้อนได้

 

 

 

ลักษณะความร้อนของเครื่อง Thermotron RF-8 เป็นการให้ความร้อนแบบทั่วๆ ในบริเวณที่วางแผ่นสร้างความร้อน เช่น การให้ความร้อนบริเวณช่องอก ช่องท้อง หรือ อุ้งเชิงกราน แต่ยังไม่สามารถให้ความร้อนแบบเฉพาะจุดที่เฉพาะเจาะจงกับก้อนเนื้องอกได้ โดยผลข้างเคียงจากการรักษาจะเกิดขึ้นตามบริเวณที่ให้ความร้อน ผลข้างเคียงที่พบได้แก่

  1. มีอาการปวดบริเวณที่ให้ความร้อน (Subcutaneous pain)
  2. Burn or Bleb (มีลักษณะคล้ายแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือมีตุ่มน้ำ)
  3. อาการเพลีย

ขณะให้การรักษา ผู้ป่วยจะต้องนอนนิ่งประมาณ 50 นาที ให้การรักษา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ (ถ้าเป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์แต่ละครั้งจะห่างกันอย่างน้อย 72 ชั่วโมง) การรักษาด้วยความร้อนจะเริ่มภายหลังจากที่ฉายรังสี หรือให้ยาเคมีบำบัดเสร็จประมาณ 15-30 นาที

 

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

  • ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ(cardiac pacemaker or defibrillator implanted)ซึ่งอาจทำให้อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ
  • ผู้ป่วยที่มีกายอุปกรณ์เทียมที่เป็นโลหะ(metal prosthesis)เช่น joint prosthesis หรือมีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ให้ความร้อน ซึ่งอาจจะทำให้บริเวณรอบๆโลหะเกิดความร้อนมากเกินไปได้ หรือเกิด burn ที่ผิวหนังได้
  • ผู้ป่วยที่มีการรับรู้ความเจ็บปวดในบริเวณที่ได้รับความร้อนไม่ปกติ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาชาเฉพาะที่
  • ไม่ใช้ในเนื้องอกที่อยู่ใกล้ตา หรือเนื้องอกที่สมอง
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือได้(difficulty with communication)
  • ควรระวังในผู้ป่วยที่อ้วน หรือ มีชั้นไขมันหน้าท้องหนาในกรณีให้ความร้อนบริเวณดังกล่าว

 

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขอชี้แจงว่าการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ไม่สามารถทำลายมะเร็งได้ทุกตำแหน่ง ทุกระยะ โดยสามารถติดตามข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่นี่

 

แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อนำรายละเอียดข้อมูลผู้ป่วยเข้ามาปรึกษาและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่สุด โดยสามารถเข้ามาติดต่อทำประวัติที่เวชระเบียนชั้น 1 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-16.00 น.หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 0 2576 6000

Hyperthermia เป็นการรักษาด้วยความร้อนโดยเครื่อง Thermotron RF-8 จะทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนเพื่อทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิเฉพาะที่สูงขึ้นกว่าอุณหภูมิร่างกายปกติ โดยได้มีการนำภาวะนี้มาใช้ร่วมในการรักษาโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยความร้อนเพียงอย่างเดียวพบว่าให้ผลการรักษาที่ไม่ดีนัก ดังนั้น Thermotron RF-8 จึงไม่สามารถใช้เป็นการรักษาหลักเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องใช้ร่วมกับการรักษาอื่นเช่น Chemotherapy หรือ Radiation Therapy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ดังนั้น ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถให้ Chemotherapy หรือ Radiation Therapy ได้ จึงไม่สามารถให้การรักษาด้วยความร้อนได้

 

 

 

ลักษณะความร้อนของเครื่อง Thermotron RF-8 เป็นการให้ความร้อนแบบทั่วๆ ในบริเวณที่วางแผ่นสร้างความร้อน เช่น การให้ความร้อนบริเวณช่องอก ช่องท้อง หรือ อุ้งเชิงกราน แต่ยังไม่สามารถให้ความร้อนแบบเฉพาะจุดที่เฉพาะเจาะจงกับก้อนเนื้องอกได้ โดยผลข้างเคียงจากการรักษาจะเกิดขึ้นตามบริเวณที่ให้ความร้อน ผลข้างเคียงที่พบได้แก่

  1. มีอาการปวดบริเวณที่ให้ความร้อน (Subcutaneous pain)
  2. Burn or Bleb (มีลักษณะคล้ายแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือมีตุ่มน้ำ)
  3. อาการเพลีย

ขณะให้การรักษา ผู้ป่วยจะต้องนอนนิ่งประมาณ 50 นาที ให้การรักษา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ (ถ้าเป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์แต่ละครั้งจะห่างกันอย่างน้อย 72 ชั่วโมง) การรักษาด้วยความร้อนจะเริ่มภายหลังจากที่ฉายรังสี หรือให้ยาเคมีบำบัดเสร็จประมาณ 15-30 นาที

 

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

  • ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ(cardiac pacemaker or defibrillator implanted)ซึ่งอาจทำให้อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ
  • ผู้ป่วยที่มีกายอุปกรณ์เทียมที่เป็นโลหะ(metal prosthesis)เช่น joint prosthesis หรือมีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ให้ความร้อน ซึ่งอาจจะทำให้บริเวณรอบๆโลหะเกิดความร้อนมากเกินไปได้ หรือเกิด burn ที่ผิวหนังได้
  • ผู้ป่วยที่มีการรับรู้ความเจ็บปวดในบริเวณที่ได้รับความร้อนไม่ปกติ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาชาเฉพาะที่
  • ไม่ใช้ในเนื้องอกที่อยู่ใกล้ตา หรือเนื้องอกที่สมอง
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือได้(difficulty with communication)
  • ควรระวังในผู้ป่วยที่อ้วน หรือ มีชั้นไขมันหน้าท้องหนาในกรณีให้ความร้อนบริเวณดังกล่าว

 

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขอชี้แจงว่าการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ไม่สามารถทำลายมะเร็งได้ทุกตำแหน่ง ทุกระยะ โดยสามารถติดตามข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่นี่

 

แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อนำรายละเอียดข้อมูลผู้ป่วยเข้ามาปรึกษาและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่สุด โดยสามารถเข้ามาติดต่อทำประวัติที่เวชระเบียนชั้น 1 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-16.00 น.หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 0 2576 6000