ภาวะหัวใจขาดเลือด เกิดจาก ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ ภาวะหัวใจขาดเลือด เกิดจาก ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ

       ภาวะหัวใจขาดเลือด เกิดจาก ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ แบ่งเป็น 2 ภาวะ

  1. หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

  2. หัวใจขาดเลือดเรื้อรัง

อาการของโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง จะมีอาการแน่นหน้าอก เวลาออกแรงก็จะเหนื่อยมากกว่าปกติ เวลาเดินขึ้นบันได หรือ เดินไกลๆ ก็จะเหนื่อย แต่เมื่อได้พัก หรืออมยาใต้ลิ้น อาการก็จะดีขึ้น  หากเริ่มมีอาการดังกล่าวควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

 

อาการของหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตจะมีอาการหมดสติ หัวใจก็จะหยุดเต้น ล้มตัวลงไป หรือเจ็บหน้าอกทันทีแบบที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน มีเหงื่อออกท่วมกาย เมื่อมีอาการดังกล่าวต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล และเมื่อถึงโรงพยาบาลจะต้องทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทันที

 

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหัวใจขาดเลือด  เกิดจากโรคไขมัน โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต เมื่ออายุมากขึ้นในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 55 ปี และที่สำคัญคือการสูบบุหรี่ และกรรมพันธุ์ หากประวัติมีพ่อแม่เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ ก็จะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงขึ้น หากไม่ดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร

 

การวินิจฉัยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจต้องทำทันที เพราะฉะนั้นถ้าใครมีอาการเจ็บหน้าอก เป็นลม หน้ามืด วูบทันที ต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที และต้องเป็นโรงพยาบาลที่สามารถตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้

 

การวินิจฉัยโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง สามารถตรวจวินิจฉัยโดยการเดินสายพาน และตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ แต่ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอก ต้องรีบตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทันที

 

การรักษาภาวะหัวใจขาดเลือด มีหลายวิธี หากเกิดอาการเฉียบพลัน จะรักษาโดยการเปิดหลอดเลือดด้วยการทำบอลลูน หรือเปิดหลอดเลือดโดยการให้ยาละลายลิ่มเลือด หากไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลที่มีห้องสวนหัวใจได้ อาจต้องให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาละลายเกร็ดเลือดเบื้องต้น

 

การรักษาในระยะเรื้อรัง โดยการให้ยากลุ่มลดไขมัน กลุ่มลดความดัน ยารักษาเบาหวานและควบคุมปัจจัยเสี่ยงสำหรับรักษาอื่นๆ นอกจากการทำบอลลูนสวนหัวใจ การทำบอลลูนขยายด้วยขดลวด การรักษาโดยการผ่าตัดบายพาส  และการรักษาโดยการใช้เครื่องเพิ่มเลือดเลี้ยงหัวใจที่เรียกว่า EECP

 

การป้องกัน ภาวะหัวใจขาดเลือด 

  1. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  3. ตรวจสุขภาพหัวใจ (สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง)

 

อย่างไรก็ตามโรคนี้เป็นภาวะหัวใจขาดเลือดเป็นภาวะที่พบบ่อยและอันตราย หากมีปัจจัยเสี่ยงมีประวัติครอบครัวมีความอ้วน มีความดันโลหิตสูง มีภาวะเบาหวาน ควรพบแพทย์

 

 

บทความสุขภาพโดย : แพทย์หญิงธัญรัตน์  อร่ามเสรีวงศ์

ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

 

ภาวะหัวใจขาดเลือด เกิดจาก ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ แบ่งเป็น 2 ภาวะ

  1. หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
  2. หัวใจขาดเลือดเรื้อรัง

อาการของโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง จะมีอาการแน่นหน้าอก เวลาออกแรงก็จะเนื่อยมากกว่าปกติ เวลาเดินขึ้นบรรได หรือเดินไกลๆ ก็จะเนื่อย แต่พอได้พักก็จะดีขึ้น หรือได้อมยาใต้ลิ้นก็จะดีขึ้น ถ้าใครเริ่มมีอาการดังกล่าวก็ควรมาพบแพทย์เพื่อมาตรวจวินิฉัย

อาการของหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นครั้งแรกในชีวิตก็จะหมดสติ อยู่ดีๆ หัวใจก็จะหยุดเต้น ล้มตัวลงไป หรือเจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที แบบที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน มีเหงื่อออกท่วมกาย เมื่อมีอาการดังกล่าวต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยที่มาถึงโรงพยาบาลก็จะต้องทำการตรวจคลื่นหัวใจทันที

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหัวใจขาดเลือด  เกิดจาก โรคไขมัน โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต เมื่ออายุมากขึ้นในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 55 ปี และที่สำคัญ คือการสูบบุหรี่ และกรรมพันธุ์ ถ้ามีพ่อแม่เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ ก็จะมีโอกาศเป็นโรคนี้สูง โดยที่เราไม่ดูแลเรื่องอาหารการกินของเรา

การวินิฉัยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คือ การทำคลื่นหัวใจต้องทำทันที เพราะฉะนั้นถ้าใครมีอาการเจ็บหน้าอก เป็นลม หน้ามืด วูบทันที ต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที และต้องเป็นโรงพยาบาลที่สามารถทำคลื่นหัวใจได้

การวินิฉัยโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง เราสามารถไปพบแพทย์โดยวิธีการเดินสายพาน และตรวจวินฉัยเพิ่มเติมได้ โดยไม่ต้องรีบด่วนมาก แต่ถ้าเกิดมีอาการเจ็บหน้าอก ก็ต้องรีบมาตรวจคลื่นหัวใจทันที

การรักษาภาวะหัวใจขาดเลือด มีหลายวิธี ถ้าเป็นเฉียบพลัน ก็จะเป็นการรักษาโดยการเปิดหลอดเลือด ด้วยการทำบอลลูน หรือเปิดหลอดเลือดโดยการให้ยาละลายลิ่มเลือด ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลที่มีห้องสวนหัวใจได้ ก็อาจจะต้องให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาละลายเกร็ดเลือดเป็นเบื้องต้น

การรักษาในระยะเรื้อรัง เราจะต้องให้ยากลุ่มลดไขมัน และควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่นกลุ่มลดความดัน ยารักษาเบาหวาน และก็การรักษาอื่นๆ นอกจากการทำบอลลูนสวนหัวใจแล้ว การทำบอลลูนขยายด้วยขดลวด ก็ยังมีการรักษาโดยการผ่าตัดบายพาส  แล้วก็ยังมีการรักษาแบบอื่นๆ เช่น การรักษาโดยการช้เครื่องเพิ่มเลือดเลี้ยงหัวใจที่เรียกว่า ECP

การป้องกัน ภาวะหัวใจขาดเลือด ทำได้อย่างไร สามารถทำได้ทุกคน

  1. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  3. ตรวจสุขภาพหัวใจ (สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง)

อย่างไรก็ตามโรคนี้เป็นโรคที่พบบ่อยและอันตราย ถ้าใครมีปัจจัยเสี่ยง มีประวัติครอบครัวมีความอ้วน มีความดันโลหิตสูง มีภาวะเบาหวาน เหล่านี้ ให้รีบมาพบแพทย์

 

บทความสุขภาพโดย : แพทย์หญิงธัญรัตน์  อร่ามเสรีวงศ์

ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์