ศูนย์การแพทย์ ศูนย์การแพทย์

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ National Cyclotron and PET Centre

เป็นศูนย์ที่ก่อตั้งจากพระปณิธานและพระวิสัยทัศน์ในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  เพื่อให้การดูแลสุขภาพของประชาชนชาวไทย พระองค์ท่านได้ตัดสินพระทัยอย่างแน่วแน่ในการจัดตั้งศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติขึ้น  โดยทรงวางแนวทางการดำเนินงานและทรงสนับสนุนทุกทางทั้งการติดต่อกับต่างประเทศ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ทรงติดตามการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ด้วยพระองค์เอง  เพื่อให้ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ เป็นศูนย์กลางการให้บริการการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท โรคหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีราคาแพงให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างสูงสุดและเป็นสถานวิจัยและถ่ายทอดความรู้ด้านการวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยแก่บุคลากรระดับต่างๆในประเทศไทย
 

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีการให้บริการ 2 ส่วนด้วยกัน 

ส่วนแรก ให้บริการตรวจผู้ป่วยด้วยเครื่อง เพท-ซีที สแกน ให้กับผู้ป่วยของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และผู้ป่วยจากสถานพยาบาลต่างๆ ที่ส่งต่อผู้ป่วยมาตรวจ ณ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ 
ส่วนที่สอง ให้บริการสารเภสัชรังสีซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากเครื่องไซโคลตรอน โดยผลิตสารเภสัชรังสีส่งบริการให้กับสถานพยาบาลที่มีเครื่องเพท-ซีที 
 

เครื่องไซโคลตรอน (Cyclotron) 

เป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่ผลิตธาตุกัมมันตรังสีซึ่งสลายตัวให้รังสีโพสิตรอน ได้แก่ ธาตุคาร์บอน (11C), ไนโตรเจน (13N), ออกซิเจน (15O), ฟลูออรีน (18F), ซึ่งธาตุดังกล่าวนี้เป็นธาตุที่มีอยู่ในสารประกอบต่างๆ ของเซลล์ในร่างกายตามธรรมชาติ ธาตุกัมมันตรังสีดังกล่าวแต่ละตัวจะนำไปเตรียมเป็นสารเภสัชรังสี  โดยวิธีการติดฉลากกับสารประกอบที่มีความจำเพาะต่อการตรวจระดับการทำงานของเซลล์ เช่น อนุพันธ์กลูโคส (Fluoro-deoxy-glucose or FDG) เป็นต้น สารเภสัชรังสีที่เตรียมขึ้นนี้ มีการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด เพื่อใช้นำไปฉีดให้กับผู้ป่วยและวัดความเข้มข้นของรังสีในรอยโรคที่สงสัยในอวัยวะต่างๆ ด้วยเครื่องเพทสแกน

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นศูนย์กลางการผลิตสารเภสัชรังสีจากเครื่องไซโคลตรอน ที่สามารถจำหน่ายสารเภสัชรังสีให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีเครื่องเพท-ซีที อีกทั้งให้บริการตรวจเพท-ซีที สแกนแก่ผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษาและผู้ป่วยที่ส่งมาจากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนางาน และมีการศึกษาวิจัยคิดค้นการผลิตสารเภสัชรังสีต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ณ ปัจจุบัน ศูนย์ไซโคลตรอนฯ สามารถผลิตสารเภสัชรังสีได้ทั้งหมด 13 ตัว ประกอบด้วย

ด้วยพันธกิจของศูนย์ฯ ที่มุ่งมั่นพัฒนางานด้านการศึกษาวิจัยคิดค้นการผลิตสารเภสัชรังสีต่างๆอย่างต่อเนื่อง เราจึงมีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสารเภสัชรังสี โดย ณ ปัจจุบัน ศูนย์ไซโคลตรอนฯ สามารถผลิตสารเภสัชรังสีเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา 

18F-FDG สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคทางระบบประสาท และโรคหัวใจ
18F-FDOPA สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง Neuroendocrine Tumor (NETs) และโรคพาร์กินสัน
11C-PiB สำหรับการตรวจวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์
18F-THK 5351 สำหรับการตรวจวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์
11C-Erlotinib สำหรับตรวจการกลายพันธุ์ของเนื้องอกในผู้ป่วยมะเร็งปอด
11C-Choline สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
18F-FLT สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคทางระบบประสาทแยกการกลับเป็นซ้ำของเนื้องอกในสมองออกจากการตายของเนื้อเยื่อจาก
  การรักษาด้วยรังสี
68Ga-PSMA-11 สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
68Ga-DOTATATE    สำหรับตรวจวินิจฉัยมะเร็งระบบประสาท (Neuroendocrine Tumor)
18F-PSMA-1007   สำหรับตรวจวินิจฉัยมะเร็งระบบประสาท (Neuroendocrine Tumor)
177Lu-DOTATATE    สารเภสัชรังสีเพื่อนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคมะเร็ง Neuroendocrine Tumor (NETs)
177Lu-PSMA-617    สารเภสัชรังสีเพื่อนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก
18F-NeuraCeq    ตรวจวินิจฉัยโรคสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์

 

เครื่อง เพท-ซีที (PET-CT)

เครื่อง เพท-ซีที เป็นเครื่องมือทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกันของเครื่อง PET Scan (PET : Positron Emission Tomography) และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT: Computed Tomography) มีประสิทธิภาพสูงในการนำมาใช้ตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท โรคหัวใจ

เครื่อง ดิจิทัลเพท-ซีที (PET-CT)

Digital PET/CT Biograph Vision เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติสามารถทำการเก็บข้อมูลแบบ dynamic whole body แบบ real time ได้ เพื่อนำมาสร้างภาพและสามารถบ่งชี้ถึงระดับเมตตาบอลิซึมของสารเภสัชรังสีออกมาเป็นค่าเชิงตัวเลข (quantitative) ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ทำให้สามารถประเมินผู้ป่วยเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเฉพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของการตรวจวินิจฉัย อีกทั้ง เครื่องดิจิทัลเพทซีทีนี้ยังสามารถสแกนด้วยความรวดเร็วและได้ภาพคมชัดสูง โดยสามารถสรุป คุณสมบัติของเครื่องที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงได้ 10 ข้อ ดังนี้

  1. Ultra-Dynamic Range ของหัวนับวัด (Detector) มีการตอบสนองที่ดีต่อรังสีความแรงสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้ตรวจวินิจฉัยได้กับสารรังสีหลายชนิดมากขึ้น
  2. ขนาดคริสตัลที่ใช้ในการทำหัวนับวัดรังสีมีขนาดเล็กที่สุดในปัจจุบัน ทำให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดสูงมาก สามารถสร้างภาพได้อย่างชัดเจนแม้มีรอยโรคขนาดเล็กทำให้มีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  3. สามารถเก็บค่านับวัดได้ในเวลาที่รวดเร็ว ลดระยะเวลาในการสแกนลงถึง 3 เท่า
  4. มีค่า Time of flight ที่สั้นที่สุดในปัจจุบัน สามารถสร้างภาพที่มีรายละเอียด และความชัดเจนสูง เพื่อลดการใช้รังสีกับผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีลดลง และลดระยะเวลาในการตรวจให้สั้นที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย โดยได้ผลการวินิจฉัยที่แม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้น
  5. เครื่อง PET/CT ในอดีตจะรายงานผลค่าของ SUV ซึ่งเป็นเพียงค่าการสะสมของน้ำตาล แต่ในเครื่องดิจิทัลเพทซีที สามารถวิเคราะห์การใช้น้ำตาล (Ki) ในรอยโรคนั้นๆได้ ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัย วางแผนการรักษา และติดตามผลการรักษา
  6. สร้างภาพหัวใจแบบ Dual Gating Deviceless ได้ โดยใช้เพียงการจับการเต้นของหัวใจด้วย EKG
  7. มีระบบ Software ซึ่งสามารถลด Metal Artifact ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการขยายบริเวณในการเก็บภาพออกไปเพื่อครอบคลุมบริเวณรอยโรคทั้งหมด
  8. มีระบบ AI ช่วยในการระบุตำแหน่งของอวัยวะหรือรอยโรคในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเพื่อทำการคำนวณได้โดยอัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ
  9. บริเวณช่องรับตัวผู้ป่วย (Bore) มีความกว้างมากถึง 78 cm. และขนาดอุโมงค์ที่สั้น ทำให้ลดความอึดอัด และเพิ่มความสบายให้กับผู้ป่วยระหว่างการตรวจวินิจฉัย
  10. มีเทคนิคใหม่ในการถ่ายภาพอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหว เช่น ช่วงหน้าอก และช่องท้องจากการหายใจ และหัวใจที่มีการเต้นอยู่ตลอดเวลา เป็นการแก้ไขการสั่นไหวของภาพโดยไม่เพิ่มเวลาในการถ่ายภาพ ทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดโดยผู้ป่วยไม่ต้องกลั้นหายใจ

การตรวจหามะเร็งในปัจจุบัน

การบอกระยะของมะเร็งเพื่อให้การรักษาที่ถูกต้องมีหลายวิธี เช่น การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  การตรวจทางเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เครื่องกำทอนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการมีข้อจำกัด คือไม่สามารถบอกตำแหน่งของโรคมะเร็งได้ ขณะที่การตรวจ CT และ MRI เป็นการตรวจที่บอกถึงโครงสร้างทางกายภาพและมีข้อจำกัดในการวินิจฉัยความผิดปกติของมะเร็ง จะวินิจฉัยได้เมื่อมะเร็งมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะช้ากว่าการตรวจด้วย เพท-ซีที ที่เป็นการตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ระดับเมตาบอลิสม
 

เครื่องเพท-ซีทีสามารถตรวจหามะเร็งได้อย่างไร

ก่อนที่จะทำการตรวจด้วยเครื่องเพท-ซีที ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดสารเภสัชรังสี ซึ่งติดฉลากกับสารกัมมันตรังสีที่สลายตัวที่ให้รังสีโพสิตรอนเข้าทางหลอดเลือดดำและเครื่องเพท-ซีที จะเป็นตัวนับวัดรังสีแกมมาที่ออกมาจากร่างกายผู้ป่วยที่ได้รับกาฉีดสารเภสัชรังสี สารเภสัชรังสีที่ผู้ป่วยได้รับเข้าไปในร่างกายจะไปสะสมอยู่ในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย เซลล์ที่มีอัตราการเกิดเมตาบอลิสมสูงที่มากกว่าบริเวณอื่นๆ จะตรวจพบรังสีแกมมาในบริเวณนั้นมากกว่าบริเวณอื่นๆ ทำให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้อย่างง่ายดาย
 

สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่

การเบิกค่ารักษาพยาบาลของสิทธิข้าราชการจะครอบคลุมเฉพาะการตรวจเพท-ซีที ภายใต้ข้อบ่งชี้ทางคลินิกของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งปอด  ซึ่งในสองโรคนี้จะมีข้อบ่งชี้ในรายละเอียดสำหรับโรคอื่นๆ ขึ้นอยู่กับต้นสังกัด  ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลคืนได้  ท่านจะต้องตรวจสอบสถานพยาบาลที่ส่งตรวจของท่านว่ารับรองสำหรับการเบิกค่าตรวจเพท-ซีทีคืนตามข้อบ่งชี้
 

การนัดหมายตรวจเพท-ซีที

1. โทรศัพท์เพื่อติดต่อนัดหมายการตรวจโดยตรงได้ที่ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
 โทร. 02-574-3355 และ 087-694-7559 น.
2. ส่งใบนัดตรวจทางโทรสารเพื่อนัดหมายได้ที่เบอร์ 02-574-4724 ทุกวัน เวลา 8.00-16.00 น. 
 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับใบนัดหมายแล้วจะทำการติดต่อท่านกลับเพื่อทำการยืนยันการนัดหมายอีกครั้ง
 

National Cyclotron and PET Centre 

 
It is graciously founded on the aspirations and vision of Professor. Dr. HRH Princess Chulabhorn, with the set course of actions and supports towards international collaboration networks, such as The International Atomic Energy Agency (IAEA) as a center for diagnosis of cancer, neurological, and heart diseases through modern, advanced technology and the most cost-effectiveness of researches and knowledge transfer for the most quality of life and better health care among Thai people as a whole. 
 

There are 2 services available at National Cyclotron and PET Centre: 

 
  • Patients’ service with PET/CT scan at Chulabhorn Hospital or those transfer from other hospitals for diagnostics at National Cyclotron and PET Centre 
  • Radiopharmaceutical products for service to various hospitals with PET/CT.
 

Cyclotron

 
It is the accelerator for the radioactive particles in the positron, including carbon (11C), nitrogen (13N), oxygen (15O), and fluorine (18F), which are elements in the natural compounds of body’s cells. Each of these radioactive substances is prepared as a radiopharmaceutical by labeling with compounds specific for cellular activity, such as Fluoro-deoxy-glucose or FDG, and required a strict quality control to inject in patients and measure radiation intensity of suspected lesions within the organs by PET/CT.
 
National Cyclotron and PET Centre, Chulabhorn Hospital is the center for radiopharmaceuticals production from the cyclotron. These radiopharmaceuticals are ordered and purchased by various hospitals with PET/CT. Also, PET/CT service is provided to patients with all types of health coverage and those transferred from other hospitals nationwide. The center commits and strives for continuous research and development in the production of radiopharmaceuticals.
 

At present, National Cyclotron and PET Centre can produce 12 radiopharmaceuticals as follows:

18F-FDG for diagnosis of cancer, neurological, and heart diseases
18F-FDOPA for diagnosis of neuroendocrine tumors (NETs) and Parkinson's disease
11C-PiB for diagnosis of dementia such as Alzheimer's disease
18F-THK 5351 for diagnosis of dementia (Tauopathies) such as Alzheimer's disease
11C-Erlotinib for detection of tumor mutations in patients with lung cancer
11C-Choline for diagnosis of prostate cancer and renal cancer
18F-FLT for diagnosis of neurological disease and differentiation of recurrence brain tumor from tissue death
  following radiation therapy
68Ga-PSMA-11 for diagnosis of prostate cancer
68Ga-DOTATATE    for diagnosis of neuroendocrine tumor
18F-PSMA-1007   for diagnosis of prostate cancer
177Lu-DOTATATE    for treatment of metastatic neuroendocrine tumor
177Lu-PSMA-617    for treatment of metastatic prostate cancer
18F-NeuraCeq    for diagnosis of dementia such as Alzheimer disease

 

PET/CT

PET/CT is a nuclear medicine instrument of PET (Positron Emission Tomography) and CT (Computed Tomography), highly effective in detecting cancer, neurological and heart diseases. Current Cancer Detection There are many ways to detect the stage of cancer for the most appropriate treatment, including laboratory test, CT scan, magnetic resonance imaging (MRI), tissue biopsy and PET/CT.

Current Cancer Detection

         There are many ways to detect the stage of cancer for the most appropriate treatment, including laboratory test, CT scan, magnetic resonance imaging (MRI),  tissue biopsy and PET/CT. 

How can PET-CT detect cancer?

          Before receiving PET/CT, patients are intravenously injected with radiopharmaceuticals of labeled radioactive in positron. PET/CT then measures the gamma rays of those uptake accumulated radiopharmaceuticals that come out from patients’ body cells. The cells with higher metabolic rate can be easily detected with higher gamma rays than other areas for cancer diagnosis.

Can medical costs be reimbursed?

The reimbursement of medical costs for government officers only covers the PET/CT under the clinical indications of the Comptroller General’s Department, including colorectal cancer and lung cancer. These two diseases are also indicative in further details with other diseases based on the affiliated offices. So, those eligible for the reimbursement of medical costs need to check with the affiliated hospitals regarding the coverage of PET/CT as indicative.

Role of PET/CT on cancer

  • Diagnosis 
  • Staging and Restaging
  • Recurrence 
  • Evaluation of Treatment
  • Prognosis
  • Distant Metastasis

Advantages of PET/CT in cancer

  • Providing diagnostic and pathological details that cannot be determined by other testing, such as computer tomography (CT) or magnetic resonance imaging (MRI).
  • Yielding an accuracy of early stage cancer diagnosis.
  • Staging of cancer correctly towards the most appropriate treatment plan for patients with lower costs and less complications from unnecessary treatments.
  • Predicting the metastasis of cancer from a single whole-body examination.
  • Detecting the remaining of cancer cells and recurrence after treatment.
  • Giving accurate diagnosis in each staging of diseases towards the most appropriate treatments in each patient.
  • Assessing response of diseases after various treatment modalities.
  • Considering as safe for examination.

Appointment in advance at National Cyclotron and PET Centre, Chulabhorn Hospital every day at 8.00-16.00 

 

 

บทบาทของการตรวจเพท-ซีทีกับโรคมะเร็ง

  • วินิจฉัยโรคมะเร็ง (Diagnosis)
  • การประเมินระยะของโรคมะเร็ง (Staging and Restaging)
  • การประเมินระยะของโรคมะเร็งในรายที่มีการกลับมาเป็นซ้ำ (Recurrence)
  • การประเมินการตอบสนองของมะเร็งต่อการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ (Evaluation of treatment)
  • การพยากรณ์โรค (Prognosis)
  • การกระจายของโรค (Distant Metastasis)

ข้อดีการตรวจเพท-ซีทีในโรคมะเร็ง

  • ให้รายละเอียดการวินิจฉัยโรคและระยะของโรคที่ไม่สามารถบอกได้จากการตรวจอื่นๆ เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือเครื่องกำทอนแม่เหล็ก (MRI)
  • สามารถวินิจฉัยมะเร็งในระยะแรกได้ถูกต้องแม่นยำ
  • บอกระยะของโรคมะเร็งได้ถูกต้องซึ่งทำให้สามารถวางแผนการรักษาผู้ป่วยได้ถูกต้อง ลดค่าใช้จ่ายและภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาที่ไม่จำเป็น
  • สามารถดูการกระจายของมะเร็งได้ทั้งตัวจากการตรวจครั้งเดียว
  • สามารถตรวจหามะเร็งที่เหลืออยู่และการกลับเป็นซ้ำหลังการรักษา
  • ให้การวินิจฉัยระยะของโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยแต่ละราย
  • ประเมินการตอบสนองของโรคหลังการรักษามะเร็งด้วยวิธีการต่างๆ
  • เป็นการตรวจที่ปลอดภัย

เครื่องเพท-ซีทีสามารถตรวจอะไรได้อีกนอกจากมะเร็ง

โรคระบบประสาท
  • ประเมินผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดรักษาในผู้ป่วยโรคลมชัก (Epilepsy)
  • ตรวจหาโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Parkinson’s disease) นอกจากนี้ยังช่วยวินิจฉัยแยกโรค Parkinson ออกจากโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกัน
  • วินิจฉัยความรุนแรงของเนื้องอกสมอง และวินิจฉัยการกลับมาเป็นซ้ำ
  • วินิจฉัยโรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s disease) ตั้งแต่ในระยะแรกและวินิจฉัยแยกโรคของสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค Dementia
โรคหัวใจ
  • วิเคราะห์ระบบไหวเวียนเลือดในหัวใจ
  • ประเมินความมีชีวิตของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ
  • ประเมินและพยากรณ์โรคก่อนผ่าตัด
  • ประเมินขอบเขตของโรคในรายที่จะทำการรักษา เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจ หรือการปลูกถ่ายหัวใจระบบประสาท

What else can PET/CT perform other than cancer?

Neurological diseases: 

  • Preoperative evaluation in patients with epilepsy.
  • Diagnosis of Parkinson's disease and differentiation of Parkinson's disease from other diseases with similar symptoms.
  • Identifying the severity of brain tumors and recurrence. 
  • Diagnosis of Alzheimer's disease at early stage with differentiated causes of Dementia.

Heart diseases :

  • Analysis of circulatory system inside the heart.
  • Assessment of myocardial cells’ viability.
  • Evaluation and prediction of preoperative diseases.
  • Identifying the scope of diseases for treatment, such as coronary artery bypass or neurological heart transplant.
 

 

 

 

 

Contact

Service Hours

วันจันทร์ - ศุกร์:

08.00 - 16.00 น.

วันเสาร์ - อาทิตย์:

08.00 - 20.00 น.

Location

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ

ตึกไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
เลขที่ 906 ถนนกำแพงเพชร6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

Contact

Service Hours

Monday - Friday:

08.00 - 16.00 น.

Saturday - Sunday:

08.00 - 20.00 น.

Location

National Cyclotron and PET Centre

National Cyclotron and PET Centre Building, Chulabhorn Hospital
54 Kamphangpetch 6 Road, Talad Bangkhen, Laksi, Bangkok 10210