ศูนย์การแพทย์ ศูนย์การแพทย์

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ

เป็นศูนย์ที่ก่อตั้งจากพระปณิธานและพระวิสัยทัศน์ในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  เพื่อให้การดูแลสุขภาพของประชาชนชาวไทย พระองค์ท่านได้ตัดสินพระทัยอย่างแน่วแน่ในการจัดตั้งศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติขึ้น  โดยทรงวางแนวทางการดำเนินงานและทรงสนับสนุนทุกทางทั้งการติดต่อกับต่างประเทศ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ทรงติดตามการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ด้วยพระองค์เอง  เพื่อให้ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ เป็นศูนย์กลางการให้บริการการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท โรคหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีราคาแพงให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างสูงสุดและเป็นสถานวิจัยและถ่ายทอดความรู้ด้านการวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยแก่บุคลากรระดับต่างๆในประเทศไทย
 

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีการให้บริการ 2 ส่วนด้วยกัน 

ส่วนแรก ให้บริการตรวจผู้ป่วยด้วยเครื่อง เพท-ซีที สแกน ให้กับผู้ป่วยของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และผู้ป่วยจากสถานพยาบาลต่างๆ ที่ส่งต่อผู้ป่วยมาตรวจ ณ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ 
ส่วนที่สอง ให้บริการสารเภสัชรังสีซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากเครื่องไซโคลตรอน โดยผลิตสารเภสัชรังสีส่งบริการให้กับสถานพยาบาลที่มีเครื่องเพท-ซีที 
 

เครื่องไซโคลตรอน (Cyclotron) 

เป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่ผลิตธาตุกัมมันตรังสีซึ่งสลายตัวให้รังสีโพสิตรอน ได้แก่ ธาตุคาร์บอน (11C), ไนโตรเจน (13N), ออกซิเจน (15O), ฟลูออรีน (18F), ซึ่งธาตุดังกล่าวนี้เป็นธาตุที่มีอยู่ในสารประกอบต่างๆ ของเซลล์ในร่างกายตามธรรมชาติ ธาตุกัมมันตรังสีดังกล่าวแต่ละตัวจะนำไปเตรียมเป็นสารเภสัชรังสี  โดยวิธีการติดฉลากกับสารประกอบที่มีความจำเพาะต่อการตรวจระดับการทำงานของเซลล์ เช่น อนุพันธ์กลูโคส (Fluoro-deoxy-glucose or FDG) เป็นต้น สารเภสัชรังสีที่เตรียมขึ้นนี้ มีการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด เพื่อใช้นำไปฉีดให้กับผู้ป่วยและวัดความเข้มข้นของรังสีในรอยโรคที่สงสัยในอวัยวะต่างๆ ด้วยเครื่องเพทสแกน

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นศูนย์กลางการผลิตสารเภสัชรังสีจากเครื่องไซโคลตรอน ที่สามารถจำหน่ายสารเภสัชรังสีให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีเครื่องเพท-ซีที อีกทั้งให้บริการตรวจเพท-ซีที สแกนแก่ผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษาและผู้ป่วยที่ส่งมาจากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนางาน และมีการศึกษาวิจัยคิดค้นการผลิตสารเภสัชรังสีต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ณ ปัจจุบัน ศูนย์ไซโคลตรอนฯ สามารถผลิตสารเภสัชรังสีได้ทั้งหมด 13 ตัว ประกอบด้วย

ด้วยพันธกิจของศูนย์ฯ ที่มุ่งมั่นพัฒนางานด้านการศึกษาวิจัยคิดค้นการผลิตสารเภสัชรังสีต่างๆอย่างต่อเนื่อง เราจึงมีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสารเภสัชรังสี โดย ณ ปัจจุบัน ศูนย์ไซโคลตรอนฯ สามารถผลิตสารเภสัชรังสีเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา 

18F-FDG สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคทางระบบประสาท และโรคหัวใจ
18F-FDOPA สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง Neuroendocrine Tumor (NETs) และโรคพาร์กินสัน
11C-PiB สำหรับการตรวจวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์
18F-THK 5351 สำหรับการตรวจวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์
11C-Erlotinib สำหรับตรวจการกลายพันธุ์ของเนื้องอกในผู้ป่วยมะเร็งปอด
11C-Choline สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
18F-FLT สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคทางระบบประสาทแยกการกลับเป็นซ้ำของเนื้องอกในสมองออกจากการตายของเนื้อเยื่อจาก
  การรักษาด้วยรังสี
68Ga-PSMA-11 สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
68Ga-DOTATATE    สำหรับตรวจวินิจฉัยมะเร็งระบบประสาท (Neuroendocrine Tumor)
18F-PSMA-1007   สำหรับตรวจวินิจฉัยมะเร็งระบบประสาท (Neuroendocrine Tumor)
177Lu-DOTATATE    สารเภสัชรังสีเพื่อนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคมะเร็ง Neuroendocrine Tumor (NETs)
177Lu-PSMA-617    สารเภสัชรังสีเพื่อนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก
18F-NeuraCeq    ตรวจวินิจฉัยโรคสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์

 

เครื่อง เพท-ซีที (PET-CT)

เครื่อง เพท-ซีที เป็นเครื่องมือทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกันของเครื่อง PET Scan (PET : Positron Emission Tomography) และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT: Computed Tomography) มีประสิทธิภาพสูงในการนำมาใช้ตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท โรคหัวใจ

เครื่อง ดิจิทัลเพท-ซีที (PET-CT)

Digital PET/CT Biograph Vision เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติสามารถทำการเก็บข้อมูลแบบ dynamic whole body แบบ real time ได้ เพื่อนำมาสร้างภาพและสามารถบ่งชี้ถึงระดับเมตตาบอลิซึมของสารเภสัชรังสีออกมาเป็นค่าเชิงตัวเลข (quantitative) ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ทำให้สามารถประเมินผู้ป่วยเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเฉพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของการตรวจวินิจฉัย อีกทั้ง เครื่องดิจิทัลเพทซีทีนี้ยังสามารถสแกนด้วยความรวดเร็วและได้ภาพคมชัดสูง โดยสามารถสรุป คุณสมบัติของเครื่องที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงได้ 10 ข้อ ดังนี้

  1. Ultra-Dynamic Range ของหัวนับวัด (Detector) มีการตอบสนองที่ดีต่อรังสีความแรงสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้ตรวจวินิจฉัยได้กับสารรังสีหลายชนิดมากขึ้น
  2. ขนาดคริสตัลที่ใช้ในการทำหัวนับวัดรังสีมีขนาดเล็กที่สุดในปัจจุบัน ทำให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดสูงมาก สามารถสร้างภาพได้อย่างชัดเจนแม้มีรอยโรคขนาดเล็กทำให้มีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  3. สามารถเก็บค่านับวัดได้ในเวลาที่รวดเร็ว ลดระยะเวลาในการสแกนลงถึง 3 เท่า
  4. มีค่า Time of flight ที่สั้นที่สุดในปัจจุบัน สามารถสร้างภาพที่มีรายละเอียด และความชัดเจนสูง เพื่อลดการใช้รังสีกับผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีลดลง และลดระยะเวลาในการตรวจให้สั้นที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย โดยได้ผลการวินิจฉัยที่แม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้น
  5. เครื่อง PET/CT ในอดีตจะรายงานผลค่าของ SUV ซึ่งเป็นเพียงค่าการสะสมของน้ำตาล แต่ในเครื่องดิจิทัลเพทซีที สามารถวิเคราะห์การใช้น้ำตาล (Ki) ในรอยโรคนั้นๆได้ ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัย วางแผนการรักษา และติดตามผลการรักษา
  6. สร้างภาพหัวใจแบบ Dual Gating Deviceless ได้ โดยใช้เพียงการจับการเต้นของหัวใจด้วย EKG
  7. มีระบบ Software ซึ่งสามารถลด Metal Artifact ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการขยายบริเวณในการเก็บภาพออกไปเพื่อครอบคลุมบริเวณรอยโรคทั้งหมด
  8. มีระบบ AI ช่วยในการระบุตำแหน่งของอวัยวะหรือรอยโรคในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเพื่อทำการคำนวณได้โดยอัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ
  9. บริเวณช่องรับตัวผู้ป่วย (Bore) มีความกว้างมากถึง 78 cm. และขนาดอุโมงค์ที่สั้น ทำให้ลดความอึดอัด และเพิ่มความสบายให้กับผู้ป่วยระหว่างการตรวจวินิจฉัย
  10. มีเทคนิคใหม่ในการถ่ายภาพอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหว เช่น ช่วงหน้าอก และช่องท้องจากการหายใจ และหัวใจที่มีการเต้นอยู่ตลอดเวลา เป็นการแก้ไขการสั่นไหวของภาพโดยไม่เพิ่มเวลาในการถ่ายภาพ ทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดโดยผู้ป่วยไม่ต้องกลั้นหายใจ

การตรวจหามะเร็งในปัจจุบัน

การบอกระยะของมะเร็งเพื่อให้การรักษาที่ถูกต้องมีหลายวิธี เช่น การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  การตรวจทางเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เครื่องกำทอนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการมีข้อจำกัด คือไม่สามารถบอกตำแหน่งของโรคมะเร็งได้ ขณะที่การตรวจ CT และ MRI เป็นการตรวจที่บอกถึงโครงสร้างทางกายภาพและมีข้อจำกัดในการวินิจฉัยความผิดปกติของมะเร็ง จะวินิจฉัยได้เมื่อมะเร็งมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะช้ากว่าการตรวจด้วย เพท-ซีที ที่เป็นการตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ระดับเมตาบอลิสม
 

เครื่องเพท-ซีทีสามารถตรวจหามะเร็งได้อย่างไร

ก่อนที่จะทำการตรวจด้วยเครื่องเพท-ซีที ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดสารเภสัชรังสี ซึ่งติดฉลากกับสารกัมมันตรังสีที่สลายตัวที่ให้รังสีโพสิตรอนเข้าทางหลอดเลือดดำและเครื่องเพท-ซีที จะเป็นตัวนับวัดรังสีแกมมาที่ออกมาจากร่างกายผู้ป่วยที่ได้รับกาฉีดสารเภสัชรังสี สารเภสัชรังสีที่ผู้ป่วยได้รับเข้าไปในร่างกายจะไปสะสมอยู่ในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย เซลล์ที่มีอัตราการเกิดเมตาบอลิสมสูงที่มากกว่าบริเวณอื่นๆ จะตรวจพบรังสีแกมมาในบริเวณนั้นมากกว่าบริเวณอื่นๆ ทำให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้อย่างง่ายดาย
 

สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่

การเบิกค่ารักษาพยาบาลของสิทธิข้าราชการจะครอบคลุมเฉพาะการตรวจเพท-ซีที ภายใต้ข้อบ่งชี้ทางคลินิกของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งปอด  ซึ่งในสองโรคนี้จะมีข้อบ่งชี้ในรายละเอียดสำหรับโรคอื่นๆ ขึ้นอยู่กับต้นสังกัด  ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลคืนได้  ท่านจะต้องตรวจสอบสถานพยาบาลที่ส่งตรวจของท่านว่ารับรองสำหรับการเบิกค่าตรวจเพท-ซีทีคืนตามข้อบ่งชี้
 

การนัดหมายตรวจเพท-ซีที

1. โทรศัพท์เพื่อติดต่อนัดหมายการตรวจโดยตรงได้ที่ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
 โทร. 02-574-3355 และ 087-694-7559 น.
2. ส่งใบนัดตรวจทางโทรสารเพื่อนัดหมายได้ที่เบอร์ 02-574-4724 ทุกวัน เวลา 8.00-16.00 น. 
 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับใบนัดหมายแล้วจะทำการติดต่อท่านกลับเพื่อทำการยืนยันการนัดหมายอีกครั้ง
 

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ

บทบาทของการตรวจเพท-ซีทีกับโรคมะเร็ง

  • วินิจฉัยโรคมะเร็ง (Diagnosis)
  • การประเมินระยะของโรคมะเร็ง (Staging and Restaging)
  • การประเมินระยะของโรคมะเร็งในรายที่มีการกลับมาเป็นซ้ำ (Recurrence)
  • การประเมินการตอบสนองของมะเร็งต่อการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ (Evaluation of treatment)
  • การพยากรณ์โรค (Prognosis)
  • การกระจายของโรค (Distant Metastasis)

ข้อดีการตรวจเพท-ซีทีในโรคมะเร็ง

  • ให้รายละเอียดการวินิจฉัยโรคและระยะของโรคที่ไม่สามารถบอกได้จากการตรวจอื่นๆ เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือเครื่องกำทอนแม่เหล็ก (MRI)
  • สามารถวินิจฉัยมะเร็งในระยะแรกได้ถูกต้องแม่นยำ
  • บอกระยะของโรคมะเร็งได้ถูกต้องซึ่งทำให้สามารถวางแผนการรักษาผู้ป่วยได้ถูกต้อง ลดค่าใช้จ่ายและภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาที่ไม่จำเป็น
  • สามารถดูการกระจายของมะเร็งได้ทั้งตัวจากการตรวจครั้งเดียว
  • สามารถตรวจหามะเร็งที่เหลืออยู่และการกลับเป็นซ้ำหลังการรักษา
  • ให้การวินิจฉัยระยะของโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยแต่ละราย
  • ประเมินการตอบสนองของโรคหลังการรักษามะเร็งด้วยวิธีการต่างๆ
  • เป็นการตรวจที่ปลอดภัย

เครื่องเพท-ซีทีสามารถตรวจอะไรได้อีกนอกจากมะเร็ง

โรคระบบประสาท
  • ประเมินผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดรักษาในผู้ป่วยโรคลมชัก (Epilepsy)
  • ตรวจหาโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Parkinson’s disease) นอกจากนี้ยังช่วยวินิจฉัยแยกโรค Parkinson ออกจากโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกัน
  • วินิจฉัยความรุนแรงของเนื้องอกสมอง และวินิจฉัยการกลับมาเป็นซ้ำ
  • วินิจฉัยโรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s disease) ตั้งแต่ในระยะแรกและวินิจฉัยแยกโรคของสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค Dementia
โรคหัวใจ
  • วิเคราะห์ระบบไหวเวียนเลือดในหัวใจ
  • ประเมินความมีชีวิตของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ
  • ประเมินและพยากรณ์โรคก่อนผ่าตัด
  • ประเมินขอบเขตของโรคในรายที่จะทำการรักษา เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจ หรือการปลูกถ่ายหัวใจระบบประสาท

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ

 

 

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ

Contact

Service Hours

วันจันทร์, อังคาร และพฤหัสบดี:

08.00 - 20.00 น.

วันพุธ, ศุกร์ และเสาร์:

08.00 - 16.00 น.

วันอาทิตย์:

08.00 - 16.00 น. เฉพาะสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน

Location

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ

ตึกไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
54 ถนนกำแพงเพชร6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

Contact

Service Hours

วันจันทร์-วันศุกร์:

08.00-20.00 น.

วันเสาร์:

08.00-19.00 น.

วันอาทิตย์:

08.00-20.00 น.

Location

ศูนย์สุขภาพสตรี

อาคารโรงพยาบาล..ชั้น 3 ด้านใต้ ขึ้นบันไดเลื่อนจากห้องโถงรับรองไปยังชั้น 3 เลี้ยวขวา เดินตรงไปคลินิกที่ 2 ด้านขวา

โรงพยาบาล... 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย