ศูนย์การแพทย์ ศูนย์การแพทย์

ศูนย์เต้านม Breast Cancer

ให้บริการดูแลสุภาพสตรีที่มีปัญหาเกี่ยวกับเต้านม ครอบคลุมทั้งมะเร็งเต้านม การรักษาดูแลเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง อาการเจ็บเต้านม และปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวกับเต้านม ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสหสาขา และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่จะสามารถวิเคราะห์ตรวจหาสาเหตุของโรค และสืบค้นหาความเสี่ยงของโรคได้อย่างแม่นยำ พร้อมบริการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ครบวงจร โดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่พร้อมจะดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ตลอดจนการบริการด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างเต้านมเพื่อเพิ่มความมั่นใจในบุคลิกภาพให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม พร้อมด้วยกิจกรรมฟื้นฟูและบำบัดสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ 
 

บริการให้คำปรึกษาและรักษา

  • มะเร็งเต้านม
  • เนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง
  • พังผืดหรือถุงน้ำที่เต้านม
  • ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างเต้านม 

บริการตรวจคัดกรองและตรวจวินิจฉัย

  • การตรวจร่างกายทั่วไปโดยศัลยแพทย์เต้านม 
  • การตรวจเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอลและอัลตร้าซาวด์เต้านม (Digital Mammogram with Ultrasound Breast) 
  • การตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) 
  • การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อโดยใช้เข็มขนาดเล็กดูด (Core Needle Biopsy)
  • การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อโดยใช้เครื่องมือช่วยหาตำแหน่ง (Stereolactic Biopsy)

บริการการรักษาที่ครบวงจร

  • การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลภายหลังได้รับการวินิจฉัยว่าพบมะเร็งเต้านมด้วยทีมวางแผนการรักษาโรคมะเร็ง (Tumor Board)
  • การผ่าตัด
  • การฉายรังสีรักษา
  • การให้ยาเคมีบำบัด
  • การฟื้นฟูและบำบัด
  • การผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมหลังผ่าตัดมะเร็ง
  • มะเร็งเต้านม
  • เนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง
  • พังผืดหรือถุงน้ำที่เต้านม
  • ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างเต้านม

     

โรคมะเร็งเต้านม

อาการ

    1. คลำพบก้อนที่เต้านม

    2. มีการเปลี่ยนแปลงขนาด รูปร่าง และผิวหนังเต้านม เช่น รอยบุ๋ม ย่น หดตัว หนาผิดปกติ มีสะเก็ด

    3. มีแผลแตกบนเนื้อเต้านม

    4. หัวนมบอดหรือมีการดึงรั้ง คัน หรือแดงผิดปกติ

    5. มีเลือด หรือน้ำออกจากหัวนม

    6. รักแร้บวม คลำได้ก้อนต่อมน้ำเหลือง

 

การดูแลและป้องกันมี 3 วิธี

    1. ตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เดือนละ1 ครั้ง

    2. ตรวจโดยแพทย์

    3. ตรวจเอกซแรย์เต้านม (mammography) หรืออัลตราซาวด์เต้านม ในสตรีอายุ 35 ปีขึ้นไป

 

การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination-BSE)

    1. การตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้น

    2. ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังประจำเดือนหมด 5-10 วัน ในสตรีอายุ 20 ปีขึ้นไป

 

วิธีการคลำเต้านม มี 3 วิธี สามารถเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง

  1. การคลำแบบวนเป็นวงก้นหอย
  2. การคลำในแนวดิ่ง
  3. การคลำในแนวรูปลิ่ม

 

ขั้นตอนการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง มี 3 ท่า

1.คลำในท่ายืน

      * เริ่มต้นด้วยการยืนตรงหน้ากระจกเงา สำรวจดูเต้านม 2 ข้าง ในส่วนของรูปทรง ขนาด ลักษณะของผิวหัวนม การบวมที่ผิดปกติจากเดิม

      * สังเกตดูว่ามีของเหลวหรือเลือดใดๆไหลออกจากหัวนมหรือไม่ จากนั้นใช้นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือกดบริเวณลานนมและหัวนมเบาๆว่ามีของเหลวใดๆออกมาหรือไม่

     *ใช้มือด้านตรงข้ามตรวจโดยใช้ 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำเลื่อนไปเรื่อยๆ ให้ทั่วเต้านม อาจเลื่อนขึ้นลงสลับกันหรือวนเป็นรูปก้นหอย

2.คลำในท่านอน

      * ควรใช้หมอนหรือผ้าห่มหนุนตรงสะบักให้อกด้านที่จะตรวจแอ่นขึ้น ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำตรวจเต้านมทีละข้าง เช่นเดียวกับท่ายืน

3. ท่าขณะอาบน้ำ

     * สำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดเล็ก ให้วางมือข้างเดียวกับเต้านมที่ต้องการตรวจบนศีรษะ แล้วใข้มืออีกข้างคลำในลักษณะเดียวกับท่านอนราบ

     * สำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดใหญ่ ให้ใช้มือข้างเดียวกับเต้านมที่จะตรวจประคองเต้านมและตรวจคลำจากด้านล่าง ส่วนมืออีกข้างให้ตรวจคลำจากด้านบน

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจแมมโมแกรม (Mammogram)

    1. ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร

    2. ไม่ควรทาแป้ง โลชั่นหรือโรลออนบริเวณหน้าอกและรักแร้ เพราะจะมีผลต่อภาพแมมโมแกรม

    3. หลีกเลี่ยงช่วงใกล้หรือมีประจำเดือน โดยช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการตรวจแมมโมแกรม คือ 7-14 วัน หลังหมดประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มลดลงทำให้เต้านมไม่คัดตึงเวลาตรวจแมมโมแกรมก็จะเจ็บน้อยกว่า

    4. ควรนำฟิล์มเก่ามาเปรียบเทียบด้วยเพื่อให้รังสีแพทย์สามารถเปรียบเทียบความผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่ได้

 

สมาคมโรคมะเร็งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) แนะนำให้

    1. ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

    2. ผู้หญิงอายุ 35-40 ปี ควรตรวจแมมโมแกรมเป็นพื้นฐานและควรตรวจ ทุก 2 ปี

    3. ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรมทุกปี

    4. ถ้ามีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ท่านควรเริ่มตรวจคัดกรองแมมโมแกรมอย่างน้อย 5 ปีก่อนอายุที่ญาติสายตรงคนนั้นเริ่มพบมะเร็งเต้านม

 

การเจาะชิ้นเนื้อที่เต้านม (Breast Biopsy)

การเจาะชิ้นเนื้อที่เต้านม

คือ การใช้เข็มเจาะชิ้นเนื้อเจาะผ่านผิวหนัง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ หาตำแหน่งก้อนที่เต้านม และนำตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ได้ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม

 

ข้อควรระวังก่อนการเจาะชิ้นเนื้อที่จะต้องแจ้งให้ทราบ

    1. กำลังให้นมบุตร

    2. กำลังมีประจำเดือน

    3. ทานยาละลายลิ่มเลือด วิตามิน E ยาสมุนไพร 

 

เตรียมตัวก่อนเจาะชิ้นเนื้อที่เต้านม

    1. ควรงดยาละลายลิ่มเลือด วิตามิน E ยาสมุนไพร ก่อนเจาะชิ้นเนื้อ 5-7 วัน ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร

    2. มาโรงพยาบาลก่อนนัด 30 นาที ตรวจสอบสิทธิชั้น 1 ยื่นบัตรนัดที่ชั้น 4 เปลี่ยนเสื้อนั่งรอหน้าห้องเบอร์ 5

    3. รับฟังคำอธิบายการเจาะชิ้นเนื้อและเซ็นชื่อยินยอมทำหัตถการ วัดสัญญาณชีพ

 

การปฏิบัติตัวระหว่างเจาะชิ้นเนื้อ

    1. ขึ้นนอนบนเตียง เจ้าหน้าจะจัดท่าให้

    2. พยาบาลจะเช็ดทำความสะอาดที่ผิวหนัง ปูผ้าปราศจากเชื้อบนหน้าอก ไม่นำแขนหรือมือมาวางบนผ้าสะอาดที่ปูไว้

    3. แพทย์จะฉีดยาชาก่อนเจาะชิ้นเนื้อและใช้อุปกรณ์เจาะชิ้นเนื้อเจาะผ่านผิวหนังไปที่ตัวก้อนประมาน 4-5 ครั้ง จะมีเสียงดังของอุปกรณ์

    4. ถ้าเจ็บหรือปวดให้แจ้งแพทย์จะฉีดยาชาเพิ่มให้

    5. เมื่อเจาะเสร็จแพทย์กดแผลห้ามเลือดและปิดแผล ประคบเย็นสังเกตอาการเลือดออก ประมาน 1 ชั่วโมง จึงให้กลับบ้าน

 

การปฏิบัติตัวหลังเจาะชิ้นเนื้อที่เต้านม

    1. ให้สังเกตแผล ถ้ามีเลือดไหลซึมให้ใช้มือกดบนผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือดและไปทำแผลที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

    2. ให้ประคบเย็นใน 2 วันแรก เพื่อห้ามเลือด ลดปวด หลังจากนั้นประคบอุ่นเพื่อลดอักเสบ ลดฟกซ้ำ

    3. ระวังไม่ให้แผลถูกน้ำ เมื่อครบ 3 วันให้ทำความสะอาดแผลวันละ 1 ครั้ง

    4. ห้ามใช้แขนข้างที่เจาะชิ้นเนื้อยกของหนัก > 5 kg เป็นเวลา 7 วัน

    5. สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตตามอลได้ ยกเว้น แอสไพริน

    6. ถ้ามีไข้ แผลบวมแดง ร้อน มีหนองให้รีบมาโรงพยาบาล

 

ผลชิ้นเนื้อ

จะทราบผลชิ้นเนื้อประมาน 5-7 วันทำการโดยแพทย์เจ้าของไข้จะแจ้งผลให้ทราบตามวันที่นัดหมาย

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: การเจาะชิ้นเนื้อสามารถตัดเอาก้อนเต้านมออกไปได้หรือไม่

A: การเจาะชิ้นเนื้อเป็นการสุ่มตัดชิ้นเนื้อไปตรวจวินิจฉัยแต่ไม่ได้เป็นการตัดชิ้นเนื้อออกไปทั้งก้อน

Q: ใช้เวลาเจาะชิ้นเนื้อนานเท่าไร

A: ประมาน 20-30 นาที ขึ้นกับความยากง่าย

Q: จะมีแผลเป็นหรือไม่

A: มีแผลเป็นเป็นจุดเพียงเล็กน้อย

Q: ระหว่างเจาะจะรู้สึกปวดหรือไม่

A: จะรู้สึกเจ็บตอนฉีดยาชา และรู้สึกตึงบริเวณที่เจาะ จะเจ็บ ปวดมากขณะที่อุปกรณ์กำลังตัดชิ้นเนื้อ

Q: จะมีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง

A: เต้านมจะบวม กดเจ็บ ฟกซ้ำ มีเลือดออกหยุดยาก แต่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้

 

Contact

Phone:

0 2576 6141


Fax:

E-mail:

 

 

Service Hours

วันจันทร์ - วันอังคาร:

08.00 - 16.00 น.

วันพฤหัสบดี - วันศุกร์:

08.00 - 16.00 น.

 

Location

ศูนย์เต้านม

ชั้น 2 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
 
906 ถนนกำแพงเพชร6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

Contact

Service Hours

วันจันทร์-วันศุกร์:

08.00-20.00 น.

วันเสาร์:

08.00-19.00 น.

วันอาทิตย์:

08.00-20.00 น.

Location

ศูนย์สุขภาพสตรี

อาคารโรงพยาบาล..ชั้น 3 ด้านใต้ ขึ้นบันไดเลื่อนจากห้องโถงรับรองไปยังชั้น 3 เลี้ยวขวา เดินตรงไปคลินิกที่ 2 ด้านขวา

โรงพยาบาล... 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย